Botox หน้าเรียว กับปัญหาริ้วรอย

botox หน้าเรียว filler ร้อยไหม โบท็อกซ์ V-Shape ปรับรูปหน้า

Botox หน้าเรียว

การ ปรับรูปหน้า ให้ดู V-Shape โดย โบท็อกซ์

botox filler ร้อยไหม ปรับรูปหน้า  botox โบท็อกซ์ หน้าเรียว v-shape ปรับรูปหน้า

Botox |  หลายๆ คนในแวดวงศัลยกรรม หรือ สายรักสวยรักงามคงรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่รู้จัก Botox มากน้อยแค่ไหน นอกจากเป็นสิ่งที่ทำให้ผิวเราเต่งตึง สวยงาม รู้หรือไม่ว่าโบท็อกซ์ผลิตมาจากอะไร ช่วยอะไรได้บ้าง วันนี้ Aplus Cosmetic Clinic จะมาอธิบายให้รู้กัน

โบท็อกซ์นั้น ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่หลาย ๆ คนคิด เพราะในทางการแพทย์นั้นโบท็อกซ์ก็เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งผลิตมาจากแบคทีเรียหรือไวรัสบางชนิด และเลือกสกัดมาเฉพาะส่วนที่ดีเพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์โดยไม่มีพิษใดๆ จากเชื้อโรค แต่อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย  หากคิดแล้วก็คุ้มค่ามากพอกับประโยชน์ที่จะได้รับ  เพราะประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อหดตัวจนเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า โบท็อกซ์สามารถจัดการได้โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือทนเจ็บเหมือนผ่าตัดแต่อย่างใด  โบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ บริเวณใบหน้าในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเฉพาะที่ จึงลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นให้หายไป  แต่ยังพูดคุย ยิ้มได้ แสดงสีหน้าได้ปกติ  นอกจากนี้ในปัจจุบันยังเป็นที่ชื่นชอบในการ ปรับรูปหน้า หรือโครงหน้าให้ดูเล็ก เรียว คล้ายตัว V ในภาษาอังกฤษ ส่งผลให้แนวโน้มในการ ฉีดโบท็อกซ์  ให้ใบหน้าดูเรียว หรือ วี-เชฟ (V-Shape) เพื่อยกกระชับใบหน้าและลำคอ แก้ไขผิวที่หย่อนคล้อยได้ดีอีกด้วย ผลลัพธ์ที่ดีทำให้ผู้คนจำนวนมากมาฉีดซ้ำทุก ๆ 6 เดือน หรือตามแพทย์แนะนำ

การฉีดโบท็อกซ์นับว่าเป็นวิธีที่แก้ไขสาเหตุหลักของริ้วรอยได้โดยตรง  เพียงคุณเลือกใช้โบท็อกซ์ของแท้และฉีดในปริมาณที่ที่พอดี โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของทางเรา ก็จะคลายความกังวลใจไปได้มาก โดยแพทย์จะเป็นผู้กำหนดปริมาณที่ต้องใช้ในแต่ละบุคคล เพราะแต่ละบุคคลสภาพผิวก็จะแตกต่างกันไปโดยก่อนฉีดทุกครั้งจะมีการพบแพทย์เพื่อพูดคุย เพื่อให้แพทย์ได้ทำการวิเคราะห์ถึงใบหน้าหรือบริเวณที่เราจะทำการฉีด อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดจะไร้ซึ่งผลข้างเคียง ฉีดโบท็อกซ์ ก็เช่นกัน แต่ไม่ต้องกังวลใจหรือตกใจนะคะ ผลข้างเคียงเล็กน้อยมาก ๆ อย่างเช่น รอยจ้ำในบริเวณที่ฉีด รู้สึกเจ็บหรือแสบ หรือปวดศรีษะเล็กน้อย หรืออาจจะไม่มีผลข้างเคียงเลยสำหรับบางบุคคล สุดท้ายโบท็อกซ์จะสลายไปเองภายในไม่เกิน 5 เดือน ทำให้หลายต่อหลายคนที่ฉีดกลับมาให้เราดูแลอย่างต่อเนื่อง

จริงๆแล้วคำว่า โบท็อกซ์ เป็นชื่อทางการค้าของ “Botulinum Toxin” ซึ่งก็คือแบรนด์แรกที่เป็นที่รู้จักและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายๆประเทศ ณ ปัจจุบันมีสารกลุ่มนี้ผลิตขึ้นทั้งในเกาลี อังกฤษ ฯลฯ ออกมาจำหน่ายภายในยี่ห้ออื่น เช่น Neuronox, Dysport แต่คนส่วนใหญ่ก็ติดเรียกสารตัวนี้ว่า Botox ไปแล้ว

วิธีการดูแลใบหน้าในทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับแรกในอเมริกา  อย่างต่อเนื่องมายาวนานก็คือการ ฉีดโบท็อกซ์ นั่นเอง เป็นหัตถการที่ทำง่าย ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีบาดแผล ปลอดภัย เห็นผลเร็ว ชัดเจนการเปลี่ยนแปลงจะเห็นได้ชัดอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อทำการ ฉีดโบท็อกซ์ เข้าไปแล้ว

เมื่อ ฉีดโบท็อกซ์ เข้าไปแล้ว จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ที่ทำให้เกิดริ้วรอย เมื่อเข้าไปคลายกล้ามเนื้อจึงทำให้ริ้วรอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดคลายตัว  แต่ริ้วรอยจะไม่หายไปอย่างถาวร

การฉีดโบท็อกซ์ เหมาะกับใคร

สำหรับการฉีดโบท็อกซ์ ปัจจุบันผู้ที่นิยมมาฉีดกันอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 21 – 75 ปี โดยหลักและคุณสมบัติของสารตัวนี้มีไว้เพื่อลดริ้วรอย  ไม่กำจัดว่าฉีดได้เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น บางกรณีในการฉีดผู้ที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เล่นกีฬากลางแจ้งมากเกินไปจนทำให้เกิดริ้วรอยก่อนถึงวัย  หรือต้องการปรับรูปหน้าให้ดู V-Shape ตามสมัยโดยไม่ต้องผ่าตัดเพื่อลดกรามหรือทำศัลยกรรม  ก็สามารถฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอยได้

สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปแล้วนั้น  ริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย  ผิวหนังหย่อนยานด้วยวัย  ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อที่เกร็ง  การฉีดโบท็อกซ์ไม่สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยได้มากนัก  ควรทำอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วยและมั่นพบแพทย์เพื่อทำการรักษา   การฉีดโบท็อกซ์ในผู้มีอายุอาจช่วยให้หน้าดูดีขึ้นเท่านั้นและควรเป็นผู้ที่ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่จัด  เพราะพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ลดลง  ผลที่ได้อาจออกมาไม่ดีเท่าที่ควร

ระยะเวลาในการฉีดที่ทำให้เห็นผล

ประมาณ 4 วัน หรือขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล  บางรายอาจใช้เวลา  1  สัปดาห์  แต่บางรายอาจจะใช้เวลา 1 เดือน  ผู้คนจำนวนไม่น้อยพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้และมาฉีดซ้ำตามระยะเวลาที่แพทย์ระบุไว้  จึงจะสามารถช่วยดูแลเรื่องริ้วรอยและความอ่อนเยาว์ได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ

หากฉีดติดต่อกันจะเป็นอันตรายหรือไม่?

            เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปแล้ว ก็จะค่อยๆสลายตัวไป ไม่เหลือตกค้างในร่างกาย การฉีดบ่อยๆ หรือฉีดมากเกินไปจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นหรือจุดที่เราฉีดซ้ำๆเป็นอัมพาตได้

โบท็อกซ์ฉีดได้บ่อยแค่ไหน

            โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ฉีดห่างกันอย่างน้อย 3 – 4 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหรือใบหน้าของผู้ที่มารับการรักษา และผลประเมินของแพทย์ว่าควรฉีดในปริมาณเท่าไหร่ ระยะเวลาการอยู่ตัวของสาร หรือน้อยที่สุดคือที่เห็นผลว่าริ้วรอยต่างๆหายไป

การทำงานของ โบท็อกซ์

แบ่งออกเป็น 2 ขึ้นตอนหลักๆคือ

  1. ยับยั้งการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อ
  2. การสื่อสารระหว่างประสาทและกล้ามเนื้อจะเข้าสู่สภาพปกติภายในไม่เกิน 5 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพร่างกายของแต่ละคน

ข้อดีของ Botox

  1. ไม่เจ็บตัวจากการผ่าตัดเพราะไม่มีการลงมีดแต่อย่างใด
  2. ไม่ต้องพักฟื้น หลังจากฉีดแล้วสามารถไปไหนมาไหนได้ปกติ
  3. สลายเองได้หลังจากฉีดภายใน 4 – 5 เดือน
  4. ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ผลข้างเคียง

  1. อาจมีตุ่มแดงขึ้นบริเวณที่ฉีด
  2. อาจมีอาการปวดตามจุดที่ฉีด

โบท็อกซ์ อันตรายหรือไม่

โบท็อกซ์ไม่ได้อันตรายต่อร่างกาย เพราะเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ อันตรายหรือไม่นั้น ความสำคัญอยู่ที่ความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีด ตัวโบท็อกซ์ที่นำมาฉีดและสำคัญที่สุดคือฉีดให้ถูกตำแหน่งถูกจุดในปริมาณที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน

 

filler botox หน้าเรียว ร้อยไหม ปรับรูปหน้า  filler botox หน้าเรียว ร้อยไหม ปรับรูปหน้า

ปรึกษาเราสิคะ Aplus Cosmetic Clinic
กดเลย
phone line facebook aplus ig mail

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อายุและการดูแลหลังการทำ
***(ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล)***

www.aplus-clinic.co.th